ReadyPlanet.com
dot dot
bulletการคลอดวิถึธรรมชาติ
bulletนมแม่...แน่จริงๆ
bulletบทความ-งานวิจัย
bulletแนะนำหนังสือ
bulletWorld Breastfeeding Week
bulletเรื่องดีๆที่อยากแนะนำ
dot
ติดต่อเรา:Contact us

dot
bulletEnglish Pages
bulletMother Support Group in Thailand


BAMBI
Birth International
WBW
Birth a Baby by Silk Laef
Facebook page


วิถึธรรมชาติเพื่อการคลอดธรรมชาติ

 มองไปทางไหนก็มีการคลอดหลายแบบไม่ว่าจะเป็นคลอดเอง ผ่าคลอด   ใช้เครื่องมือช่วยคลอดล้วนแต่ทำให้หวั่นไหวไม่ใช่เล่นเลยนะคะ
      วันนี้ดิฉันจะชวนคุยกันก่อนค่ะว่าถ้าเราอยากคลอดเองจะเป็นไปได้ไหม 
 

      หลายคนคงบอกว่า “โอ้ยเรื่องเล็กถึงเวลาก็จะเบ่งพรวดเดียว” บ้างก็บอกว่า “โอยไม่ไหวแล้วช่วยหนูหน่อย”
      ถ้าถามกันตามตัวเลขก็ต้องบอกว่าองค์การอนามัยโลกบอกไว้ว่า 85%       ของผู้หญิงท้องสามารถคลอดได้เองแต่พอเรามาดูกันจริงๆ
      ในหลายประเทศรวมทั้งบ้านเราด้วยแล้ว
     ตัวเลขคนคลอดเองได้กลับไม่เป็นอย่างที่ว่ากันในสหรัฐฯการผ่าตัดคลอดอยู่ระหว่าง 28-29% ส่วนในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย  กลับอยู่ที่ประมาณ 15% 

  เราเป็นแม่กลุ่มไหน
      ถ้าเราไปถามชาวบ้านที่เค้าไม่สนใจอะไรมากก็จะได้รับคำตอบว่าก็ไม่ต้องทำอะไรแค่ระวังอย่าให้หกล้ม
      กินให้อิ่ม นอนให้หลับถึงเวลาก็จะคลอดได้เอง    กลุ่มนี้คือกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบต่อวิวัฒนาการของเทคโนโลยีจนเสียความมั่นใจในตัวเองก็ไม่รู้สึกว่าเป็นสิ่งแปลกหรือต้องกังวลเพราะเห็นเป็นสิ่งปกติ 
แต่ถ้าไปดูในอีกกลุ่มจะพบว่ายิ่งแม่มีความรู้ก็จะต้องการตรวจสอบหรือพิสูจน์ข้อมูลที่ได้ว่าอะไรถูกอะไรผิดกันแน่
      ดังนั้นกลุ่มนี้จะต้องการการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์     การฝึกปฏิบัติเพื่อให้ทำได้จริงและมักต้องการการยืนยันว่าถูกต้องจริง
      ดังนั้นสิ่งสำคัญต้องค้นหาตัวเองก่อนว่าเป็นกลุ่มไหนนะคะ 
     
 ถ้าไม่เจ็บก็ไม่คลอด
      คุณแม่ควรแสวงหาข้อมูลที่ตัวเองต้องการด้วยการอ่าน อบรม พูดคุยกับเพื่อนที่มีประสบการณ์การคลอดมาแล้ว 
     ประเด็นที่สำคัญน่าจะเป็นความรู้สึกที่เป็นบวกกับการคลอดนะคะ 
     เพราะจริงแล้วหลายคนกลัวเจ็บ       แต่ลืมคิดไปว่าถ้าไม่เจ็บครรภ์ก็จะไม่มีการคลอดได้เอง 
แต่จะเจ็บมากน้อยขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย
      และความกลัวก็มักนำมาซึ่งความเจ็บเพราะจะทำให้ขาดสติทำให้ร่างกายทำงานได้ไม่ดี
      ยิ่งกลัว ยิ่งเจ็บ ยิ่งต้องใช้เวลานาน ดังนั้นคิดในทางตรงกันข้าม       คิดในแง่ดีจะดีกว่าค่ะ
      การที่สิ่งแวดล้อมที่เอื้อความต้องการของตัวเองหรือหากำลังใจเพื่อเป็นที่พึ่ง
      แต่โดยปกติแล้วช่วงตั้งครรภ์จะเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุดเพราะมีคนมาแวดล้อมดูแลและคอยลุ้น
      ดังนั้นไม่ต้องกลัวถ้าจะมีคนคู่กายอยู่เคียงข้างยิ่งมากยิ่งดีเพราะกำลังใจดีแรงก็ดีไปด้วยนะคะ

      ออกกำลังกาย
      ควรส่งเสริมให้คุณแม่เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานและการเปลี่ยนแปลงของระบบต่างๆ
      ในร่างกายขณะตั้งครรภ์และคลอดเพราะร่างกายของคุณแม่จะถูกเตรียมพร้อม

 โดยฮอร์โมนให้มีความยืดหยุ่นได้มากกว่าปกติ
      เพื่อเป็นการเปิดช่องให้ลูกคลอดได้สะดวก
      เลือกการออกกำลังกายให้เหมาะกับสภาพร่างกายของคุณแม่
      การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณแม่มีความคล่องตัว กินได้ดี
      นอนหลับได้ง่ายถึงเวลาต้องออกแรงเบ่งจะได้ไม่ติดขัดยังไงล่ะคะ
      และไม่ลืมที่จะดูแลร่างกายและจิตใจตนเองให้มีสุขภาวะที่ดี
      โดยการกินอาหารที่มีประโยชน์
      พักผ่อนให้เพียงพอและผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ
      อันนี้สำคัญมากเพราะเราต้องการแม่ลูกที่แข็งแรง

        น้ำหนักตัว
      ถ้าแม่น้ำหนักตัวขึ้นมากไปในระหว่างตั้งครรภ์จะมีอีกหลายเรื่องตามมา
      ไม่ว่าจะเป็น ตัวใหญ่ทั้งแม่และลูก ปัญหาโรคเบาหวานและอื่นๆ
      ก็จ่อเข้าคิวกันเลยทีเดียว
      แล้วที่คุณแม่ไม่ชอบมากที่สุดน่าจะเป็นเรื่องลดน้ำหนักหลังคลอด
      เพราะลดยากเชียวล่ะ น้ำหนักตัวเหมาะสมสำหรับการคลอดเอง
      คุณแม่ควรให้น้ำหนักขึ้นประมาณ 10-12 กิโลกรัมตลอดการตั้งครรภ์ หรือ 1-5-5
      คือ 3 เดือนแรกอาจไม่ขึ้นเลยหรือขึ้นสัก 1 กิโลกรัม 3 เดือนต่อๆ มาก็รอบละ 5
      กิโลกรัมค่ะ

        ฝึกการหายใจ
      ฝึกควบคุมจิตใจโดยการฝึกหายใจแบบโยคะนั่นเองค่ะ
      เป็ฌนอีกวิธีหนึ่งที่มีประโยชน์เพราะช่วยให้เรามีสติอยู่เสมอแต่ก็ไม่ได้หมายความว่า

คนที่ไม่ได้ฝึกจะทำให้คลอดลำบากนะคะ 
ยังมีอีกหลายตัวประกอบที่จะมาช่วยกันได้ค่ะ
การหายใจที่ถูกต้อง ก็คือหายใจลึกๆ ยาวๆ ไม่กลั้นหายใจ ไม่หายใจถี่ๆ 
เอาแบบพอดีๆ ถ้าแม่ไม่เหนื่อลูกจะได้ออกซิเจนอย่างเต็มที่

 เตรียมตัวเข้าห้องคลอด
 พร้อมรับสถานการณ์ต่อไปนี้ การคลอดต้องมีการเจ็บคลอดแต่ไม่เจ็บถึงตาย 
 การเจ็บบอกให้รู้ว่าการคลอดกำลังดำเนินไป และความทนได้แต่ละคนอาจไม่เท่ากัน 
 ถ้าเป็นไปได้ลองพยายามที่จะไม่ใช้ยาเร่งคลอด ไม่ใช้ยาแก้ปวด ความกลัว ความกังวล

 ความตกใจจะทำให้ความรู้สึกเจ็บมากขึ้นและลดลงได้ด้วยความเข้าใจถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น 
 ที่จริงแล้วในการคลอดไม่มีความจำเป็นที่ต้องให้น้ำเกลือระหว่างรอ ไม่โกนขน 
     ไม่สวนอุจจาระทุกคนกับทุกครั้งที่คลอด มีเพียงบางรายที่ต้องเตรียมแบบทำผ่าตัด
      เพราะส่วนใหญ่จะสามารถคลอดได้เอง
      แต่ทั้งนี้ก็คงขึ้นอยู่กับแพทย์และโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ด้วยค่ะ
      อาจพิจารณาตามความเหมาะสมหรือปัจจัยอื่นๆ ประกอบ
      เอาเป็นว่าข้อแนะนำทั้งหมดนี้คงต้องปรับให้สอดคล้อง

และควรบอกความต้องการพร้อมวางแผนการคลอดร่วมกับแพทย์ผู้ดูแลจะดีที่สุดค่ะ

       บรรเทาความเครียดในห้องคลอดแบบง่ายๆ
          การเดิน-เปลี่ยนท่าบ่อยๆ ลุก-นั่ง ขยับตัว
          การสัมผัส เสียงเพลง กลิ่นหอม ความสงบ การนวด การประคบด้วยน้ำร้อน
          ก็ช่วยบรรเทาเจ็บได้ด้วย
          คนอยู่ใกล้ๆ
          และกำลังใจเป็นยาแก้ปวดลดกังวลได้เป็นอย่างดีทั้งฝรั่งทั้งไทยทำวิจัยมานักต่อนักแล้วว่า
          ช่วยลดการใช้ยาและลดการคลอดด้วยเครื่องหลายสิบเปอร์เซ็นต์
      สำหรับครั้งนี้พอหมอปากหอมคอกับคำแนะนำในการช่วยให้คลอดง่าย
      แต่ทั้งหมดนี้ที่อยากฝากไว้คือคงต้องเริ่มต้นจากการดูแลสุขภาพของตัวเอง
      มุ่งมั่นตั้งใจพร้อมทั้งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้ตัวเองด้วยค่ะ

      (update 28 มีนาคม 2007)
      [ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.135 January 2007] 
       




Active Birth

การดูแลเพื่อช่วยให้แม่คลอดได้เอง
ทำอะไรได้อีกบ้างเมื่อเริ่มเจ็บครรภ์คลอด
การคลอดวิถีธรรมชาติ
ทำอย่างไรเราจึงะคลอดวิถีธรรมชาติได้
การเคลื่อนไหวในช่วงเจ็บครรภ์คลอด ( Mobility during labour )
สรีระร่างกายแม่ กับการเจ็บครรภ์คลอด
คลอดในน้ำ ช่วยให้ลูกรักสัมผัสธรรมชาติตั้งแต่แรกคลอด
เด็กที่คลอดธรรมชาติ ท้องไม่เสียง่ายๆ article
Active Birth ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เชียงใหม่
การใช้ท่าต่างๆระหว่างการคลอด ( Position during birth )
การรับประทานอาหารและดื่มน้ำในช่วงเจ็บครรภ์คลอด (Fluids and food during labour)
สนับสนุนการมีคนอยู่เป็นเพื่อนในช่วงเจ็บครรภ์คลอด ( Encourage companionship during labour )
การใช้แม็กนีเซียม วัลเฟตในภาวะชักจากครรภ์เป็นพิษ ( Magnesium sulfate for treaing eclampsia)
การใช้ออกซิโตซินในระยะที่ 3 ของการคลอด ( Oxytocin in the third stage of labour )
กลยุทธในการลดการถ่านทอดเชื้อไวรัส HIV จากแม่สู่ลูก ( Stratrgies to reduce mother-to child transmition of HIV)
การลดการเจาะถุงน้ำคร่ำเร็วเกินไป ( Reduce use of early amniotomy )
ดูดน้ำมเมื่อกจากปาก คอ และจมูกของทารกแรกเกิดที่มีขี้เทาในน้ำตร่ำเท่านั้น ( Reserve suctioning for babies with meconium present)
ไม่จำเป็นต้องมีการสวนอุจจาระเสมอไป (Enema is not always necessary)
หยุดการโกนขนบริเวณหัวหน่าว (Stop pubic shaving)
หลีกเลี่ยงการตัดฝีเย็บ (Avoid epistomy)
คลอดในนำ แบบธรรมชาติ
การคลอดไม่ใช่การเจ็บป่วย article
การดูแลคลอดแบบสนับสนุนให้แม่คลอดได้เอง article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เริ่มแรกอย่างมีพลัง กินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด Breastfeeding in first one hour save one million babies.